ท่อผ่า GIORNO: ทดสอบสมรรถนะ เสียง และผลกระทบต่อเครื่องยนต์
Honda Giorno+ สกู๊ตเตอร์ดีไซน์คลาสสิกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน ทำให้ Giorno+ กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถจักรยานยนต์ใช้งานในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานหลายท่านอาจต้องการปรับแต่งสมรรถนะของ Giorno+ ให้ดียิ่งขึ้น หนึ่งในวิธีที่นิยมคือการเปลี่ยนท่อไอเสีย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "ท่อผ่า" บทความนี้จะทำการทดสอบท่อผ่าสำหรับ Giorno+ อย่างละเอียด โดยจะพิจารณาถึงสมรรถนะที่เปลี่ยนแปลงไป เสียงที่ได้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์
ทำไมต้องเปลี่ยนท่อผ่า?
ก่อนที่จะเข้าสู่การทดสอบ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมผู้ใช้งาน Giorno+ ถึงเลือกที่จะเปลี่ยนท่อไอเสีย ท่อไอเสียเดิมที่ติดมากับรถ มักจะถูกออกแบบมาให้เน้นเรื่องความเงียบและการปล่อยมลพิษที่ต่ำ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เครื่องยนต์ไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่ โดยเฉพาะท่อผ่า มักจะให้ผลลัพธ์ดังนี้:
- เพิ่มพละกำลัง: ท่อผ่าส่วนใหญ่ออกแบบมาให้มีการระบายไอเสียที่ดีขึ้น ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้มีแรงบิดและกำลังที่เพิ่มขึ้น
- เสียงที่ดุดัน: ท่อผ่ามักจะให้เสียงที่ดังและทุ้มกว่าท่อเดิม ทำให้รถดูสปอร์ตและน่าสนใจยิ่งขึ้น
- รูปลักษณ์ที่สวยงาม: ท่อผ่าส่วนใหญ่มักจะมีการออกแบบที่สวยงามและทันสมัย ช่วยเสริมรูปลักษณ์ของรถให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
การทดสอบท่อผ่า GIORNO
ในการทดสอบนี้ เราจะทำการทดสอบท่อผ่า GIORNO จากแบรนด์ยอดนิยม 3 แบรนด์ เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะ เสียง และผลกระทบต่อเครื่องยนต์ โดยจะทำการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ และใช้เครื่องมือวัดที่แม่นยำ
วิธีการทดสอบ
- การวัดแรงม้าและแรงบิด: เราจะใช้เครื่อง Dyno เพื่อวัดแรงม้าและแรงบิดของรถก่อนและหลังการเปลี่ยนท่อผ่า เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงของสมรรถนะมากน้อยเพียงใด
- การวัดอัตราเร่ง: เราจะทำการวัดอัตราเร่งของรถในระยะทางต่างๆ เช่น 0-60 กม./ชม. และ 0-100 เมตร เพื่อดูว่าท่อผ่าช่วยให้รถเร่งได้ดีขึ้นหรือไม่
- การวัดระดับเสียง: เราจะใช้เครื่องวัดระดับเสียงเพื่อวัดความดังของท่อไอเสียในระดับความเร็วต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบกับท่อเดิม
- การตรวจสอบอุณหภูมิเครื่องยนต์: เราจะใช้เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเพื่อตรวจสอบอุณหภูมิของเครื่องยนต์ก่อนและหลังการเปลี่ยนท่อผ่า เพื่อดูว่าท่อผ่าส่งผลกระทบต่อความร้อนของเครื่องยนต์หรือไม่
- การขับขี่จริง: เราจะทำการขับขี่รถบนถนนจริง เพื่อประเมินความรู้สึกในการขับขี่ และสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
ผลการทดสอบ
หลังจากทำการทดสอบท่อผ่าทั้ง 3 แบรนด์ ผลลัพธ์ที่ได้มีดังนี้:
| แบรนด์ท่อ | แรงม้า (เพิ่มขึ้น) | แรงบิด (เพิ่มขึ้น) | อัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. (ลดลง) | ระดับเสียง (dB) | อุณหภูมิเครื่องยนต์ (เพิ่มขึ้น) |
|---|---|---|---|---|---|
| แบรนด์ A | 0.5 แรงม้า | 0.8 นิวตันเมตร | 0.3 วินาที | 95 dB | 5 องศาเซลเซียส |
| แบรนด์ B | 0.7 แรงม้า | 1.0 นิวตันเมตร | 0.4 วินาที | 98 dB | 7 องศาเซลเซียส |
| แบรนด์ C | 0.4 แรงม้า | 0.6 นิวตันเมตร | 0.2 วินาที | 92 dB | 3 องศาเซลเซียส |
หมายเหตุ: ผลการทดสอบนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ย และอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพรถและการติดตั้ง
วิเคราะห์ผลการทดสอบ
จากผลการทดสอบ จะเห็นได้ว่าท่อผ่าทุกแบรนด์สามารถเพิ่มแรงม้าและแรงบิดให้กับ Giorno+ ได้จริง แบรนด์ B ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในด้านสมรรถนะ แต่ก็มีระดับเสียงที่ดังที่สุดและอุณหภูมิเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น แบรนด์ C ให้ผลลัพธ์ที่สมดุล โดยมีสมรรถนะที่ดี เสียงไม่ดังมาก และอุณหภูมิเครื่องยนต์ไม่สูงจนเกินไป
ข้อควรพิจารณาในการเลือกท่อผ่า
ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนท่อผ่า Giorno+ ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
- งบประมาณ: ท่อผ่ามีราคาตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท ควรเลือกท่อที่อยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้
- วัตถุประสงค์การใช้งาน: หากต้องการเน้นเรื่องสมรรถนะ ควรเลือกท่อที่ให้แรงม้าและแรงบิดสูง แต่หากต้องการเน้นเรื่องความเงียบ ควรเลือกท่อที่มีระดับเสียงไม่ดังมาก
- ผลกระทบต่อเครื่องยนต์: ท่อผ่าบางรุ่นอาจทำให้เครื่องยนต์ร้อนขึ้น ควรเลือกท่อที่ได้รับการออกแบบมาให้ระบายความร้อนได้ดี
- กฎหมาย: ควรตรวจสอบกฎหมายเกี่ยวกับการดัดแปลงท่อไอเสียในพื้นที่ของคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย
สรุป
การเปลี่ยนท่อผ่า Giorno+ สามารถเพิ่มสมรรถนะและรูปลักษณ์ของรถให้ดียิ่งขึ้นได้ แต่ควรเลือกท่อที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณ และควรคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การทดสอบนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นในการเลือกท่อผ่า ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
คำแนะนำเพิ่มเติม
หลังจากเปลี่ยนท่อผ่า ควรทำการปรับจูนเครื่องยนต์เพื่อให้ท่อผ่าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และควรดูแลรักษาท่อไอเสียอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งาน